ไม่ใช่กฎหมาย — แต่เป็นเส้นแบ่งระหว่างภายในกับภายนอก
ไม่มีอะไรในบทความนี้ผิดกฎหมาย คุณจะไม่โดนปรับ ไม่โดนเชิญลง และไม่โดนพนักงานรถไฟตำหนิเพราะแต่งหน้าบนรถไฟ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ คือเส้นแบ่งทางวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า uchi/soto (内/外) — ภายในกับภายนอก การแต่งตัวเตรียมพร้อม หรือ mi-jimai (身支度) เป็นกิจกรรม “ภายใน” มันเป็นของบ้านคุณ ของพื้นที่ส่วนตัว ส่วนตู้รถไฟนั้น “ภายนอก” สุด ๆ: กล่องปิดที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้ายืนชิดพอที่จะอ่านมือถือคุณได้
ดังนั้นเมื่อคุณเปิดตลับแป้ง แปรงผม หรือตัดเล็บบนรถไฟ คุณไม่ได้ทำผิดกฎ — แต่คุณกำลังลากเรื่องส่วนตัวเข้าไปในพื้นที่สาธารณะที่ใช้ร่วมกัน นั่นแหละคือสิ่งที่รู้สึกว่าผิดที่ผิดทาง แม้แต่กับคนที่จะไม่มีวันพูดอะไรออกมา
ทำไมเรื่องนี้ถึงหนักกว่าบนรถไฟมากกว่าบนม้านั่งสวนสาธารณะ
ตู้รถไฟทำให้ทุกอย่างเข้มข้นขึ้น พื้นที่แคบ แป้งจึงปลิวไปโดนคนข้าง ๆ และผมก็ตกลงบนตักคนถัดไป อากาศหมุนเวียน น้ำหอมแรง ๆ จึงกลายเป็นปัญหาของทุกคน และที่นั่นเงียบ เสียง clack ของกรรไกรตัดเล็บหรือเสียงหึ่งของที่โกนหนวดพกพาจึงทะลุไปทั่วตู้ บวกกับการกระตุกของรถ คุณก็ได้ก้านมาสคาราอยู่ใกล้แขนเสื้อคนอื่นแล้ว
ตัวบริษัทรถไฟเองก็ผลักดันเรื่องนี้ โปสเตอร์มารยาท (マナー広告) ที่ Tokyu ทำมายาวนาน — ชุดภาพมังงะสไตล์เก๋ตามสถานีและในตู้รถไฟ — เคยนำเสนอเรื่องการแต่งหน้าบนรถไฟโดยเฉพาะมาหลายปี เมื่อบริษัทรถไฟทำแคมเปญโฆษณาซ้ำ ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมไหน คุณก็รู้ได้เลยว่ามันคือเรื่องที่รับรู้กันทั่ว
ความจริงที่ต้องพูดให้แฟร์
การแต่งหน้าบนรถไฟไม่ได้ถูกรังเกียจไปทุกคน โดยเฉพาะในหมู่ผู้โดยสารรุ่นใหม่ที่โตมากับการเห็นมัน การแตะลิปเร็ว ๆ แทบไม่มีใครสังเกต เช่นเดียวกับการซุกผมหลุดไว้หลังหู พฤติกรรมที่สื่อว่าหยาบคายจริง ๆ คือ การทำจัดเต็มทั้งกระบวน — เปิดตลับแป้งและปัดมาสคารา แปรงผมทั้งหัว ตัดเล็บ กลุ่มควันน้ำหอม นั่นแหละคือเรื่องที่คนรอบตัวคุณคิดเงียบ ๆ ว่า “ออกจากบ้านทั้งที่แต่งยังไม่เสร็จ”
เช็กเร็ว ๆ
สามคำถามเพื่อตอกย้ำว่าเส้นแบ่งเรื่องการแต่งตัวบนรถไฟญี่ปุ่นอยู่ตรงไหน